กาลครั้งหนึ่งเพิ่งไม่นานมานี้เอง มีเด็กชายคนหนึ่งมีใบหน้าหักสั้น ดั้งจมูกยุบ ตาโปน แก้มห้อย ตามลำตัวของเด็กน้อยนี้มีขนขึ้นอยู่ ซึ่งถึงแม้จะไม่ยาวแต่ดกหนาเต็มไปหมด เด็กคนนี้มีงานอดิเรกคือเลียมือตัวเอง ซึ่งทุกคนตั้งฉายามือที่ถูกเลียอันนี้ว่า "โลลี่ป๊อป" ตามชื่ออมยิ้มยี่ห้อดังนั้นเอง แต่สิ่งที่เด่นในตัวเด็กคนนี้นอกเหนือไปจากใบหน้าอันสั้นหักแล้วก็คืออุปนิสัยที่ชอบให้คนเกาก้นนั่นเอง เมื่อเวลาที่มีคน (ซึ่งมีจำนวนไม่มาก) ยอมเกาก้นให้ หน้าที่สั้นหักนี้ก็จะเริ่มเหยเกไปด้วยความเมามันส์ เมื่อมีเวลาว่าง ซึ่งนั่นหมายถึงเวลาเกือบทั้งวันนั้น เด็กน้อยจะใช้เวลาหมดไปกับการนอน ...บนที่ราบสูงที่มีพื้นผิวหนานุ่ม เมื่อแรกตื่น เด็กน้อยจะมีสีหน้ายับย่น แสดงความหงุดหงิดออกมาให้เห็น แต่เมื่อตั้งสตินึกได้ว่า สีหน้าแบบนี้ผู้ใหญ่ไม่เอ็นดู ก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าให้น่ารัก ดูไม่มีพิษสง เอียงหัวไปมาน่าเอ็นดู แต่หากเผลอแล้วล่ะก็ เด็กน้อยก็จะกลายร่างเป็นอสูรร้ายที่ชอบพุ่งเข้ากัดกินและทำร้ายทิชชู่ที่อยู่ในถังขยะ จนกระจัดกระจายไม่เหลือชิ้นดี ...หรือแม้แต่กลิ่นดีๆ ในช่องปากใช่แล้ว คนที่ต้องรับผลกรรมนี้ก็ไม่ใช่ใคร แต่ก็คือหญิงสาวผู้ที่รับอุปการะและยอมรับการเป็นมารดาให้กับเด็กน้อย ผู้ซึ่งทุกคืนต้องนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มเดียวกับเด็กน้อย ..ผ้าห่ม ที่ไม่เหลือซึ่งกลิ่นอายของความสดชื่น ...ผ้าห่ม ที่ไม่เหลือซึ่งความหอมสะอาด
แต่หากผู้เป็นแม่นั้นไม่อยู่เล่า ใครกันที่ต้องรับหน้าที่นี้ไป แน่นอนว่าคือผู้น้าของเด็กน้อย ที่รับอุปการะดูแลเด็กน้อยในยามที่มารดาไม่อยู่ ทุกๆ วันเมื่อผู้น้ารู้สึกตัว ผู้น้าก็จะสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผดมาจากเด็กน้อย ที่ยังคงทำหน้าตาน่ารักไร้เดียงสา นั้นก็เพราะเวลาตื่นนอนของผู้น้านั้นคงจะสายไป เกินที่เด็กน้อยจะทนอั้นชิ้งฉ่องไว้ได้ ทันทีที่ผู้น้าเปิดประตูห้องนอน เด็กน้อยก็จะรีบวิ่งพุ่งพรวดจนหน้าเกือบคว่ำ หมายจะออกไปปลดทุกข์ด้านนอกประตูบ้าน โดยมักลืมไปว่าโลกภายนอกนั้นแสนน่ากลัว เพราะมีมฤตูสีน้ำตาลคอยจ้องเด็กน้อยเมื่องย่างเท้าออกจากบ้านอยู่ทุกขณะ สิ่งที่ผู้น้าทำได้เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอันโหดร้ายคือการกล่อมเด็กน้อยในยอมกินข้าว ซึ่งเด็กน้อยนั้นไม่เคยชอบเลย เพื่อดึงเวลาให้มฤตยูสี่น้ำตาลนั้นหลวมตัว แล้วจึงได้เปิดประตูให้เด็กน้อยก้าวออกไปผจญโลกตามลำพัง
ใช่แล้ว... ในที่สุด เด็กน้อยก็ถึงเวลาที่จะได้ออกไปเผชิญโลกตามลำพัง..


....................................................................
กัลยกร นาคสมภพ
15 มกราคม 2553

No comments:
Post a Comment